ย้ายมาร่วมทัพจิ้งจอกสยาม ที่พึ่งหนีตกชั้นได้สำเร็จ ในฤดูกาล 2014/2015

สืบเนื่องจากฤดูกาล 2014/2015 เป็นฤดูกาลที่ เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถสร้างปาฏิหารย์ ด้วยการหนีตกชั้นได้สำเร็จ และได้เริ่มแผนการทำงานใหม่ ด้วยการดึง เคลาดิโอ รานิเอรี่ มาคุมทีมแทน ไนเจล เพียร์สัน ซึ่งรานิเอรี่ก็ได้จัดการคว้าตัว ริยาด มาห์เรซ ชินจิ โอคาซากิ และคว้าตัว เอ็นโกโล่ กองเต้มาร่วมทีม ซี่งถือเป็นเสริมทัพขั้นยอด ด้วยการคว้าผู้เล่นค่าตัวถูกมากๆ

แต่ว่ามันคุ้มค่าเอามากๆ ด้วยการเสริมผู้เล่นใหม่แค่ไม่กี่คน แต่ในฤดูกาลนั้น ถือว่าผู้เล่นของเลสเตอร์ทุกคน สามารถโชว์การเล่นได้สุดยอด ไม่ว่าจะเป็น เจมี่ วาร์ดี้ ที่สามารถทำประตผุได้ถล่มทลาย จนในฤดูกาล 2015/2016 เลสเตอร์ ซิตี้ ก็สามารถคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกได้ ในประวัติศาสตร์สโมสร ซึ่งกองเต้เอง ก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดนั้น ซึ่งกองเต้สามารถโชว์ฟอร์มแจ่มว้าว ด้วยการติดทีมยอดเยี่ยมของ PFA และกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่น ที่เนื้อหอมมาก ในตลาดนักเตะช่วงนั้น

บทความ

ย้ายซบเชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกได้ 2 ครั้งกับ 2 ทีมติดต่อกัน

หลังจากที่พึ่งคว้าแชมป์มาหมาดๆ กองเต้ก็ได้รับการจับตามอง จากเหล่าทีมดังทั่วยุโรป ซึ่งต่างก็ต้องการตัวกองเต้ เขามาดูแลแนวรับของทีม และท้ายที่สุด ก็เป็นทางด้านของเชลซี ที่ได้ตัวกองกลางรายนี้ไปร่วมทีม ภายใต้การคุมทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ โดยเขาลงเล่นในระบบ 3-5-2 โดยคู่มิดฟิลด์ตรงการ

ที่เล่นคู่กับกองเต้ คือ เนมันย่า มาติช ที่วามารเล่นด้วยกันอย่างเข้าขา จนพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกได้ทันที ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่กองเต้เข้ามา ก่อนที่จะผลงานได้อย่ายอดเยี่ยม ลากยาวมาถึงฤดูกาลปัจจุบัน ภายใต้การคุมทีมของ แฟรงก์ แลมพาร์ด ก่อนที่จะโดนปลดไปไม่นาน ก็เป็น โธมัส ทูเคิ่ล ที่เข้ามาแทนที่แลมพาร์ด ซึ่งกองเต้เอง ก็น่าจะอยู่ในแผนการทำทีม ของทูเคิ่ลเช่นเดียวกัน

ติดทีมชาติฝรั่งเศส ทำผลงานสุดยอด จนเป็นรองแชมป์ยูโร 2016 

ด้วยผลงานสุดยอด บวกกับการมีโทรฟี่แชมป์พรีเมียร์ ลีกติดมือถึง 2 สมัยติดต่อกัน ทำให้ผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง ดิดิเย เดสชองส์ เรียกตัวกองเต้ ติดทัพตราไก่ชุดสู้ศึก ยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพทันที โดยเขาได้จับคู่ในแดนกลาง ร่วมกับ ปอล ป็อกบา จนทะลุเข้าถึงรอบชิง แต่ก็ได้พ่ายต่อทีมชาติโปรตุเกสไป อย่างเจ็บแสนด้วยสกอร์ 0-1

แม้จะพลาดแชมป์อย่างน่าเสียดาย กองเต้ก็ได้ทำผลงานดีต่อเนื่อง และพาทีมชาติฝรั่งเศส ลงเล่นในรายการฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเกมนัดชิงนั้น เป็นเกมที่ฝรั่งเศส พบกับโครเอเชีย ซึ่งก็เป็นฝรั่งเศส ที่เอาชนะไป 4-2 คว้ามแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้ในที่สุด

ติดตามวิเคราะห์บอลได้ที่ https://www.livescorebkk.com/