บทความ

ฟาน ไดจ์ หลังผ่าตัดเข่าจนได้กลับมา พัฒนาตัวเองอีกครั้ง

วันนี้ขอเสนอ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ กำแพงไททันผู้ปิดกั้นทุกมรสุมในทีมชาติเนเธอร์แลนด์ กำลังขาดนักเตะที่มีความเป็นผู้นำและคนที่แข็งแกร่ง จนเป็นที่พึ่งพาของทีมได้ ก็มีชายผู้หนึ่งโผล่ขึ้นมาท่ามกลางหมู่ตั้งแต่ระดับ ซุปเปอร์สตาร์ ที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้นในเวทีพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เขาไม่ใช่นักเตะจอมบู๊อย่างบ้าคลั่ง หรือมีเทคนิคการเล่นที่แพรวพราว แต่เขาเป็นนักเตะที่ทำให้จังหวะที่อันตรายของคู่ต่อสู้ ที่กลายเป็นความปลอดภัยได้ในชั่วพริบตา

ไม่ว่าคู่แข่งจะมีเกมรุกที่แข็งแกร่งแค่ไหน ชายคนนี้เขาสามารถรับมือได้หมด เขาคนนั้นก็คือ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ กําแพงไททันแห่งถิ่นแอนฟิลด์ และก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นมาเป็นกัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เขาเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่เกิดในเมือง เรดาร์ ที่มีพ่อเป็นชาวดัตช์ แล้วมีแม่เป็นชาว ซูรินาม นั่นจึงทำให้เขามีหน้าตาไม่เหมือนกับชาวยุโรปเช่นเดียวกับ แพทริค ไคลเวิร์ต, รุด กุลลิท, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ เล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆพร้อมกับน้องชายที่ตัวสูงกว่า

เนื่องจากปู่ของเขาเป็นกรรมการฟุตบอล ทำให้เขามีโอกาสได้ไปดูฟุตบอล ที่ข้างสนามอยู่บ่อยๆ จนในที่สุดความรักในฟุตบอลก็เริ่มที่จะซึมซับเข้ามาในหัวใจของเขา เมื่อโตขึ้นเขาเริ่มต้นเส้นทางสายฟุตบอล ในการเข้าร่วมศูนย์ฝึกทีมในท้องถิ่นที่นั่น เขาคิดว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งตัวเตี้ยและวิ่งช้า นั่นจึงทำให้เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ คิดว่าตัวเองอาจจะไม่สามารถเป็นนักเตะอาชีพได้ เขาจึงทำงานอย่างอื่นควบคู่ไปด้วยเช่นเป็นเด็กล้างจาน

และพนักงานร้านแมคโดนัล โดยในตอนแรกเขาเริ่มในตำแหน่งฟูลแบ็คและพอตอนอายุ 17 ปีฟาน ไดจ์ ก็สูงขึ้นถึง 18 เซนติเมตรและจากการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน ทำให้เขามีปัญหาจนทำให้ต้องพักรักษาเข่านานถึง 6 สัปดาห์ เขากลัวมากจนคิดว่าตัวเองนั้นอาจจะกลับมาเดินไม่ได้อีกแล้ว และต่อมาก็รักษาจนหาย และในเมื่อรักษาจนหายเขาคิดว่าตัวเองต้องพัฒนาให้ดีขึ้น ให้คุ้มกับที่พระเจ้าให้เข่าเข้ามาใหม่

จึงมุ่งมั่นเต็มที่จนได้ขึ้นทีมชุดยู 19 และชุดนี้มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้เล่น เซนเตอร์แบ็ก และก็เล่นได้ดีจนได้เป็นกัปตันทีมชุดยู 19 ในที่สุดการเล่นของเขาดีขึ้นเรื่อยๆจนติดชุด u 23 ดูฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นทำให้เขาได้ย้ายไปเล่นใน โกรนิงเงิน ในปี 2010 และเขาก็เล่นในทีมสำรองได้เพียงฤดูกาลเดี่ยวจากนั้นก็ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ที่สุดในขณะที่ทุกอย่างเริ่มไปด้วยดีเหตุการณ์ที่เลวร้ายทำให้เขาเกือบเลิกเล่นฟุตบอลอีกครั้งหนึ่งเมื่อเขาได้ป่วยเป็นโรคติดเชื้อในกระเพาะอาหาร

ซึ่งต้องแอดมิดที่โรงพยาบาลนานถึง 13 คืน มันเป็นโรคที่ทำให้เขาเกือบเสียชีวิตได้เนื่องจากไม่สามารถมีอะไรตกถึงท้องของได้เลยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผ่าตัดแล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เพราะการผ่าตัดได้สำเร็จหลังจากนั้นเขาสัญญากับตัวเองว่าเขาจะต้องเป็นนักเตะระดับโลกให้ได้ให้สมกับที่พระเจ้าได้มอบชีวิตให้เขากลับมาลงสนามได้อีกครั้งหนึ่งในวันที่เขากลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกครั้งซึ่งในขณะนี้เขาทำได้สำเร็จพอสมควรแล้วในการอยู่กับที่ใหญ่อย่างลิเวอร์พูล

อ่านเพิ่มเติม ข่าวบอลสด