บทความ

ไกสเลอร์ ได้รับบาดเจ็บข้อเข่า จนได้พับรองเท้าลงและผันด้วยมาเป็น ผจก.ทีม

นอกเหนือจากผลผลิตที่มาในรูปแบบนักฟุตบอลระดับคุณภาพแล้ว วงการฟุตบอลเยอรมันยังคงเป็นเวทีใหญ่ที่ปลุกปั้นกุนซือใหญ่ระดับชั้นนำมานักต่อนักแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เยือร์เกิน คล็อพ , โทมัส ทูเคิล, ยูเลียน นาเกลส์มันน์ เทนเนอร์ระดับชั้นนำของยุโรป ชั่วโมงนี้ว่ากันว่าฟุตบอลของเยอรมันนั้นทั้งเป็นระบบดุดันและหวังผลได้ดีเสมอ ปรัชญาเหล่านี้จะไม่ได้ถูกบังคับฝังไปที่คนรุ่นใหม่ แต่มันเป็นคนรุ่นใหม่เอง นั่นแหละที่อยากเลือกเก็บสิ่งนั้นไว้พัฒนาต่อ

เช่นเดียวกันกับกุนซือวัย 34 ปีอย่าง มัทเธียส ไกสเลอร์ ที่นำสิ่งดีๆจากเมืองเบียร์ไปสร้างและพัฒนาต่อยอดทีมอย่าง เรดบูล ซัลซ์บวร์ก ที่ออสเตรีย ชีวิตนักฟุตบอลดาวรุ่งอนาคตไกลที่ต้องเลิกเล่นก่อนวัยอันควร สู่กุนซือแห่งอนาคตของวงการฟุตบอลเยอรมัน หรืออาจจะเป็นวงการฟุตบอลระดับโลกเลยด้วยซ้ำ วันนี้จะพาทุกท่านไปดูเส้นทางที่ผ่านมาของ มัทเธียส ไกสเลอร์ ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง

มีวันนี้เพราะ ราล์ฟ รังนิก มัทเธียส ไกสเลอร์ เกิดวันที่ 4 เมษายนปี 1988 ที่เยอรมันตะวันตกเขาเริ่มเข้าสู่เส้นทางฟุตบอลตอนอายุ 13 ปีกับสโมสร ท้องถิ่นในเยอรมัน ก่อนจะฉายแววเกมรับที่โดดเด่นก่อนจะย้ายสู่ สตุ๊ตการ์ท ในปี 2001 มัทเธียส ไกสเลอร์ ถือว่าเป็นปราการหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมากคนหนึ่งในวงการลูกหนังเยอรมัน จากผลงานตลอด 5 ปีในทีมเยาวชนของทัพม้าขาว เขาอยู่ในสายตาของกุนซือใหญ่ในประเทศหลายต่อหลายคน

และคนที่สนใจเขามากที่สุด และเขายังคงจำไม่ลืมว่าชายที่ทำให้เขาได้กลายเป็นที่ยอมรับมากขึ้นก็คือ ราล์ฟ รังนิก เขาบอกว่า ราล์ฟ รังนิก ดึงตัวเขามาจาก สตุ๊ตการ์ท ไปร่วมทีม ฮอฟเฟนไฮม์ ของเขาตอนนั้น มัทเธียส ไกสเลอร์ อายุประมาณ 18 ปี จากนั้นไม่นาน รังนิก ก็ให้ความเชื่อมั่นกับไกสเลอร์ แล้วส่งไกสเลอร์ ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอเลย ไกสเลอร์คือขุนพลชุดหลักที่มีส่วนพาทีมความหวังของหมู่บ้านเลื่อนชั้นสู่ บุนเดสลีกา เยอรมัน

และสำเร็จในฤดูกาล 2007-2008 จึงเป็นเพียงแค่ฤดูกาลแรกของเขาเท่านั้น และเขาก็โชว์ฟอร์มโดดเด่นจนการติดทีมชาติเยอรมันชุดอายุไม่เกิน 21 ปี แต่ทว่าชีวิตของเขาก็ต้องมาพังลงจากอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาด ซึ่งเขาพยายามสู้อยู่ราวๆ 5 ปีสุดท้าย เขาก็ต้องยอมแพ้และแขวนสตั๊ดในวัย 26 ปี นับเป็นช่วงเวลาที่มืดหมดของเขาอย่างแท้จริง และเมื่อเส้นทางนักเตะได้จบสิ้นลง ไปเส้นทางใหม่ของเขาก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ราล์ฟ รังนิก

ผู้ที่เปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของเขา ได้แนะนำให้ ไลป์ซิก ดึงตัวเขาไปเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชุดเยาวชน ก่อนจะไต่ระดับขึ้นไปในชุดยู 17 ในเวลาอันสั้น จากนั้นเขาก็เป็นที่สนใจของตลาดโค้ชด้วยฝีไม้ลายมือที่ไม่ธรรมดา จึงทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นโค้ชได้อย่างเต็มภาคภูมิ และเชื่อว่าต่อไปเขาจะเป็นโค้ชระดับโลกได้ไม่ยากตาม หลังโค้ชที่ประสบความสำเร็จอย่าง เยอร์เก้น คล็อปป์ , โทมัส ทูเคิล, ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ไปอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม ข่าวบอลสด